จำคุก 3 ปีหนุ่มกรุงเก่าจอมแสบปล่อยรูปมีเพศสัมพันธ์กับอดีตแฟนสาวว่อนเน็ต รับสารภาพเหลือติดคุกปีครึ่ง ปรับเกือบแสน ศาลระบุทำสังคมเสื่อมเสีย เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง โทษจำคุกจึงไม่รอการลงอาญา
วันนี้ (24 เม.ย.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดี ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายประเสริฐ เบญจวรเดชกุล อายุ 33 ปี ประกอบอาชีพส่วนตัว ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจำเลยในความผิดฐานนำเข้า, เผยแพร่ ส่งต่อ ภาพอันมีลักษณะลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
โดยโจทก์ฟ้อง ระบุความผิดสรุปว่าเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2554 เวลากลางคืน จำเลยนำภาพการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างจำเลย กับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อดีตแฟนสาว ผู้เสียหาย มาลงเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต และเว็บไซต์ บางแพรก-ลีก ดอทคอม ที่จำเลยเป็นผู้ดูแลอยู่ ซึ่งทำให้อดีตแฟนสาวได้รับความเสียหาย นอกจากนี้จำเลยยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน โดยไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งเหตุเกิดที่ ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา และที่อื่นๆ เกี่ยวพันกัน ทั้งนี้ ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ให้การรับสารภาพชั้นศาล
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14(4), 27 เป็นความผิดหลายกรรม ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานปรับ 50,000 บาท ปรับวันละ 300 บาท จำนวน 353 วัน รวมเป็นเงิน 105,900 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 77,950 บาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์การกระทำผิดประกอบรายงานการสืบเสาะสถานภาพครอบครัว การศึกษา และอื่นๆ แล้ว นับเป็นการกระทำให้สังคมเสื่อมเสีย ทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อน เพื่อมิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แม้จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 50,000 บาท แก่ผู้เสียหายแล้ว ก็ไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์,24 เมษายน 2555

วันที่ 24 เม.ย. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนาย ประเสริฐ เบญจวรเดชกุล อายุ 33 ปี ประกอบอาชีพส่วนตัว ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจำเลยในความผิดฐานนำเข้า, เผยแพร่ ส่งต่อ ภาพลักษณะลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ตามฟ้องโจทก์สรุปว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 54 เวลากลางคืน จำเลยแพร่ภาพการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับ น.ส. ชมพู่ (นามสมมุติ) อดีตแฟนสาว ผู้เสียหาย ลงในคอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต และเว็บไซต์ที่จำเลยเป็นผู้ดู ทำให้น.ส.ชมพู่ ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้จำเลยยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ โดยไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ด้วย เหตุเกิดที่ ต.บ้านแพรก-อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา และที่อื่นๆ เกี่ยวพันกัน ชั้นสอบจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ให้การรับสารภาพชั้นศาล
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลย กระทำผิดพ.ร.บ.ว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(4) , 27 เป็นความผิดหลายกรรม ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานปรับ 50,000 บาท ปรับวันละ 300 บาท จำนวน 353 วัน รวมเป็นเงิน 105,900 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 77,950 บาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์การกระทำผิดประกอบรายงานการสืบเสาะสถานภาพครอบครัว การศึกษา และอื่น ๆ แล้ว นับเป็นการกระทำให้สังคมเสื่อมเสีย ทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อน เพื่อมิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แม้จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 50,000 บาทแก่ผู้เสียหายแล้วก็ไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษ
ที่มา:ข่าวสด, 24 เมษายน 2555

จำคุก 3 ปี หนุ่มอยุธยาปล่อยภาพขณะมีเซ็กส์กับอดีตแฟนสาวว่อนเน็ต รับสารภาพลดโทษเหลือติดคุกปีครึ่ง ปรับค่อนแสน ศาลระบุทำสังคมเสื่อมเสีย ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง โทษจำไม่รอลงอาญา
วันนี้ (24 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญารัชดาอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายประเสริฐ เบญจวรเดชกุล อายุ 33 ปี ประกอบอาชีพส่วนตัว ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจำเลยในความผิดฐานนำเข้า, เผยแพร่และส่งต่อ ภาพลักษณะลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2555
โดยในคืนวันที่ 22 เมษายน 2554 จำเลย คือ นายประเสริฐได้แพร่ภาพการมีเพศสัมพันธ์ กับ น.ส.ชมพู่ (นามสมมติ) อดีตแฟนสาว ลงในคอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ที่จำเลยเป็นผู้ดูแล เป็นเหตุให้ น.ส.ชมพู่ ได้รับความเสียหาย นอกที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 24 เม.ย. นี้ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีดำ อ.233/55 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายประเสริฐ เบญจวรเดชกุล อายุ 33 ปี ประกอบอาชีพส่วนตัว ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจำเลยในความผิดฐานนำเจข้า, เผยแพร่ ส่งต่อ ภาพลักษณะลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 31 ม.ค.55 ระบุความผิดสรุปว่า
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 54 เวลากลางคืน จำเลยได้แพร่ภาพการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับ น.ส. ชมพู่ (นามสมมุติ) อดีตแฟนสาว ผู้เสียหาย ลงใน คอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต และเว็บไซต์ที่จำเลยเป็นผู้ดู ทำให้น.ส.ชมพู่ ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้จำเลยยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ โดยไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ด้วย เหตุเกิดที่ ต.บ้านแพรก – อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา และที่อื่น ๆ เกี่ยวพันกัน ชั้นสอบจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ให้การรับสารภาพชั้นศาล
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลย กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(4) , 27 เป็นความผิดหลายกรรม ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานปรับ 50,000 บาท ปรับวันละ 300 บาท จำนวน 353 วัน รวมเป็นเงิน 105,900 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 77,950 บาท
อย่างไรก็ตามเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์การกระทำผิดประกอบรายงานการสืบเสาะสถานภาพครอบครัว การศึกษา และอื่น ๆ แล้ว เป็นการกระทำให้สังคมเสื่อมเสีย ทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อน เพื่อมิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แม้จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 50,000 บาทแก่ผู้เสียหายแล้วก็ไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษ.
ที่มา:เดลินิวส์,24 เมษายน 2555
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 3 ปี หนุ่มโพสต์ภาพขณะกำลังร่วมรักกับอดีตแฟนสาวว่อนโลกอินเตอร์เน็ต ปรับ 77,950 บาท ไม่รอลงอาญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (24 เม.ย.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลพิพากษาคดีนายประเสริฐ เบญจวรเดชกุล อายุ 33 ปี ในความผิดฐานนำเข้า,เผยแพร่ ส่งต่อภาพอันมีลักษณะลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ระบุความผิดสรุปว่าเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2554 เวลากลางคืน จำเลยนำภาพการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างจำเลย กับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อดีตแฟนสาว ผู้เสียหาย มาลงเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ทำให้อดีตแฟนสาวได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ให้การรับสารภาพชั้นศาล
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริง ปรับเป็นเงิน 105,900 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 77,950 บาท แต่เนื่องจากเป็นการกระทำให้สังคมเสื่อมเสีย ทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อน เพื่อมิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง โทษจำคุกจึงไม่รอลงอาญา
ที่มา: Sanook.com, 24 เมษายน 2555
Credit: NineEntertain / อสมท.

“เมย์ พิชญ์นาฎ” ไม่ไหวจะเคลียร์ โร่แจ้งความคนปูดข่าวย่องหานักร้องเกาหลี “ชเวซึง ฮยอน” วงบิ๊กแบง ถึงห้องพัก ยันไม่ได้ทำตัวแบบนั้น ขู่ฟ้องแน่ถ้ายังไม่หยุดก่อกวน พร้อมปฏิเสธข่าวแย่งชุด “โย ยศวดี” ในงานอีเว้นท์ อ้างสไตลิสต์เอามาให้ใส่
กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เมื่อดาราสาว “เมย์ พิชญ์นาฎ สาขากร” ถึงกับพาผู้จัดการส่วนตัวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจพญาไท เมื่อวันที่ 20เมษายน ที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวถูกบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนคลับของศิลปินเกาหลีชื่อดังวง “บิ๊กแบง” ทวีตข้อความในทำนองที่ว่า สาวเมย์ ได้เข้าไปหา “ชเวซึง ฮยอน” หนึ่งในสมาชิกของวง ที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสีลม ช่วงที่อีกฝ่ายมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองไทย และยังได้ใช้ถ้อยคำหยาบคาย อีกทั้งกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันอีกด้วย ทั้งนี้เจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า…
“ก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ คือจริงๆ เมย์เป็นคนที่ชอบดูคอนเสิร์ตมาก แล้วก็ดูเกือบทุกแบบ ทั้งคอนเสิร์ตในไทย ต่างประเทศและคอนเสิร์ตเกาหลี เมย์ก็ชอบไปดูหลายๆ วงซุปเปอร์จูเนียร์ก็ดู วงผู้หญิงเกิร์ลเจเนอเรชั่นก็ดู จนมีอีเว้นท์งานนึงแล้วมีพี่คนนึงที่รู้จักก็ชวนเราไปดูเพราะเห็นเราชอบวงเกาหลี ก็เห็นว่าใกล้บ้านก็เดินไปดูที่เซ็นทรัลเวิลด์ ก็ดูยังไม่จบก็กลับเพราะว่าอากาศมันร้อน”

“เสร็จแล้ววันรุ่งขึ้นมีเด็กเข้ามาถามเราในทวิตเตอร์แบบแปลก แบบกัดๆ ว่าไปทำอะไรแบบนั้นไม่ดีหรือเปล่า เราก็งงๆ ก็พยายามนึกเพราะเขาอาจจะเข้าใจผิด แต่พอนานเข้ามันไม่จบ เพราะมีคนเข้ามากระหน่ำด่าเราด้วยคำหยาบคายทุกวัน”
“ก็เลยต้องเช็คว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วแฟนคลับเราเขาก็เช็คได้ความว่า เหมือนมีคนไปปั่นข่าวว่าเราไปทำอะไรที่มันไม่ดีเอาไว้ ซึ่งมันไม่เป็นความจริง เราดูคอนเสิร์ตแค่ 2 ทุ่มครึ่งก็กลับ ไม่ได้ไปไหนต่อด้วย ฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่จริง และมันก็สร้างความเสียหายแก่เรามาก”"หนึ่งคือแฟนคลับเด็กที่รักศิลปินเขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็เข้าใจผิด คิดว่าเราจะไปทำอะไรแบบนั้นหรือเปล่า เขาก็เข้าใจผิด ก็มาด่าเราเสียๆ หายๆ แบบนี้ก็เลยอยากให้คนกลุ่มนั้นหยุดซะ ถ้ายังไม่หยุด ตอนนี้เมย์ก็แค่แจ้งความเบื้องต้นเฉยๆ ยังไม่ได้ส่งไปที่ ICT ที่ถ้ายังไม่จบก็คงต้องให้กฎหมายต่อไป แต่ในส่วนที่ว่าเราจะเลิกชอบศิลปินเกาหลีมันไม่น่าจะเกี่ยว ทำไมคนอื่นชอบได้ เมย์ถึงชอบไม่ได้มันเป็นสิทธิ์ของเรา ก็แค่ชอบเอง”
“เขาว่าเราคลั่งหนักจนขนาดเราไปเฝ้าถึงหน้าโรงแรม ถ้าไม่หยุดหรือใครสงสัยมาถามเมย์เลย หรือไปเช็คกล้องวงจรปิดที่คอนโดเมย์ได้ แล้วเมย์ก็ไม่รู้จักเขารู้โรงแรมไหนด้วยซ้ำ ไม่รู้จักศิลปินกลุ่มนี้เลย ชอบดูคอนเสิร์ตอย่างเดียว ไม่ได้ตามผู้ชาย คือเช็คได้ทุกอย่าง และขอให้หยุดนะคะ เพราะไม่อยากมีเรื่องอะไรกับใครเลยค่ะ”
“คืออย่าพูดว่าเลยว่า คนที่ด่าเมย์เป็นแฟนคลับบิ๊กแบง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าคนที่สร้างประเด็นนี้ขึ้นมา เขาอาจจะเกลียดเราส่วนตัวหรือเปล่า ก็อยากจะบอกว่าสบายใจได้ เมย์ไม่ทำอะไรแบบนั้น คืออายุป่านนี้แล้ว เพื่อนก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว แล้วเป็นผู้หญิง มีพ่อมีแม่ มีชื่อเสียงมีหน้าที่การงาน จะไม่เอามาเสี่ยงกับเรื่องแบบนั้นแนนอนค่ะ ก็ขอให้หยุดเถอะค่ะ หยุดก็จะจบค่ะ”
“ตอนนี้เราก็มีคนคอยเช็ค แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ตามดูพฤติกรรมของพวกเขาอยู่ ถ้าเขาหยุดสงบๆ ก็โอเค เรื่องของเรื่องคือมันแค่เด็กกลุ่มเดียว กลุ่มเล็กๆ เราไม่อยากจะเหมา บางทีเขาอาจจะไม่ใช่แฟนคลับบิ๊กแบงก็ได้ แฟนคลับบิ๊กแบงที่น่ารัก เข้ามาคุยกับเราก็มีเยอะมาก ก็รักจริงๆ แล้วศิลปินเกาหลีเราก็ชอบจริงๆ เราชอบไปดูคนเสิร์ตเกาหลีจริงๆ ไม่ปฎิเสธค่ะ”
พร้อมปฏิเสธข่าวเกาเหลา “โย ยศวดี หัวดีวิจิตร” หลังมีกระแสข่าวเม้าท์ว่า เจ้าตัวไปแย่งชุดเดินแบบในงานๆ นึงของนางแบบสาวรุ่นพี่ ยันสไตลิสต์เอามาให้เอง”ข่าวกับพี่โย เมย์ว่าเมย์ไม่มีนะคะ เมย์ก็ไม่รู้ใครไปเขียนข่าวนั้น แล้วเมย์ก็ไม่รู้ว่างานเดินแบบนั้น เมย์ไม่ได้ไปใส่ชุดของเขาก่อน แล้วท้ายที่สุดเมย์ก็ไม่ได้ใส่ คือสไตล์ลิสต์หยิบมาให้เรา พอเราไปถึงก็บอกให้เราฟิตติ้ง เราฟิตติ้งเสร็จปั๊บก็ไม่มีอะไร แล้วก็มาบอกให้เราเปลี่ยนชุดเป็นชุดสีแดงที่ผ่าหน้าอกที่ลงหน้าหนึ่งเยอะๆ พอท้ายที่สุดเราก็ไม่ได้ใส่ชุดของพี่โย”
“แต่เราไม่รู้ว่าเขาจะโกรธจะงอนเราหรือเปล่าที่เราใส่ชุดเขา เพราะเราไม่รู้จริงๆ ถ้าเกิดพี่โยงอนหรืออะไร เมย์ก็ขอโทษแล้วกันนะคะ เพราะเมย์ไม่ได้ตั้งใจ แต่วันนั้นพี่เขาก็ไม่เห็นจะโกรธอะไรเมย์ ก่อนกลับยังยิ้มให้เมย์ทักเมย์ปกติ คิดว่าเป็นข่าวที่มั่วมา เราไม่ได้มีการแย่งชุดอะไร เพราะท้ายที่สุดชุดที่เด่นคือชุดที่เมย์ใส่ค่ะ”
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 23 เมษายน 2555
โพลตอกหน้าสภาผู้ทรงเกียรติ ชี้เสื่อมศรัทธาเหตุภาพโป๊โผล่ จี้ประธานสภาฯ-ฝ่ายเทคนิค-ณัฏฐ์ขอโทษ “เด็จพี่” ได้ทีโหนโพลบี้ ส.ส.ปชป.ลาออก พร้อมขู่แจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ “ชวนนท์” ลั่นยินดีให้ตรวจสอบ แต่รัฐบาลควรเร่งรัดปู ว.5 ไปชี้แจงด้วย “เรืองไกร” กลัวตกขบวน ยื่นผู้ตรวจสอบ “ณัฏฐ์” แล้ว “ศรีราชา” ฟันธงล่วงหน้า ไม่ผิดจริยธรรม แค่ไม่เหมาะสม จันทร์นี้ได้ลุ้นภาพโป๊โผล่จากมือถือของใคร
เมื่อวันอาทิตย์ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่องประชาชนรู้สึกอย่างไรต่อสภาอันทรงเกียรติ “ภาพโป๊” กับผลประเมินคุณธรรมเบื้องต้นในสังคมไทย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.3 รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อรัฐสภา ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.6 ต้องการให้ประธานในที่ประชุมออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ภาพโป๊ที่เกิดขึ้นด้วยการขอโทษ ในขณะที่ร้อยละ 67.3 ต้องการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค และร้อยละ 58.5 ต้องการให้ ส.ส.ที่เปิดดูภาพโป๊ในขณะประชุมออกมาขอโทษต่อสาธารณชน
ที่น่าสังเกตคือ มีประชาชนเกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 35.5 ต้องการให้ ส.ส.ที่เปิดดูภาพโป๊ในขณะประชุม “ลาออก”
ผลสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 84.3 ระบุนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ต้องเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ สืบสวนหาตัวผู้นำภาพโป๊ขึ้นในขณะประชุมสภา, ร้อยละ 83.0 ระบุสื่อมวลชน, ร้อยละ 80.5 ระบุผู้ใหญ่ในสังคมหรือหน่วยงานดูแลด้านคุณธรรม จริยธรรม และร้อยละ 74.7 ระบุเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.8 คิดว่าเรื่องอื้อฉาวภาพโป๊จะเงียบหายไป แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.6 เห็นว่ารัฐสภาควรถือโอกาสนี้ปฏิรูปคุณภาพสมาชิกด้านคุณธรรมและจริยธรรม
ขณะเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจประชาชนในกทม.และปริมณฑลในหัวข้อ “ภาพลักษณ์” ของ “รัฐสภาไทย” กรณี “ภาพโป๊” จากกรณีการปรากฏภาพนิ่งของหญิงสาวที่ไม่เหมาะสมระหว่างที่กำลังมีการอภิปราย และกรณีที่นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กทม. หยิบโทรศัพท์ไอโฟนขึ้นมาเปิดดูรูปภาพสาวนุ่งน้อยห่มน้อยในขณะที่กำลังประชุมร่วมสภา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 49.27% เห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะระหว่างที่มีการถ่ายทอดสดการอภิปราย เพราะมีคนดูทุกเพศทุกวัย 21.27% เชื่อว่าจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคและผู้ที่ดูแลการประชุม ขณะที่ 15.65% ทำให้ภาพพจน์ของรัฐสภาเสื่อมเสียและภาพลักษณ์ของประเทศดูแย่ลง
ส่วนกรณีนายณัฏฐ์อ้างว่าเป็นการหยิบขึ้นมาเพื่อลบภาพสาวนุ่งน้อยห่มน้อยทิ้ง 53.34% ระบุว่าเป็นเหตุผลที่ชี้แจงฟังไม่ขึ้น เป็นการแก้ตัวเพื่อรักษาชื่อเสียงของตัวเองมากกว่า ขณะที่ 26.59% ระบุว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ควรให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับเรื่องที่กำลังอภิปรายอยู่
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่หรือ 83.44% ชี้ว่ามีผลกระทบทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐสภาไทยดูแย่ลง และ 44.04% เห็นว่าเรื่องนี้ถูกนำมาใช้เป็นเกมการเมืองอย่างแน่นอน 56.11% คิดว่า “สำนักงานเลขาธิการสภา” ควรเร่งตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็วและออกมาชี้แจง และ 23.47% บอกว่า หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ต้องได้รับการลงโทษตามข้อบังคับที่กำหนดไว้
ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลและเอแบคโพลที่ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวของนายณัฏฐ์เป็นเรื่องไม่เหมาะสม และรู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อรัฐสภา รวมถึงต้องการให้ลาออกและขอโทษต่อสาธารณชนนั้น เป็นการตบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่คนในพรรคออกมาปกป้องนายณัฏฐ์ ในฐานะเป็น ส.ส.รู้สึกอับอายที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่รับผิดชอบ และขอจับพิรุธนายณัฏฐ์ที่อ้างว่าไม่รู้ว่าใครส่งรูปโป๊มาให้นั้น แม้แต่เด็ก ป.1 ที่เล่นไอโฟนยังรู้เลยว่าใครส่งภาพมาให้ เพราะมีเบอร์โทร.ยืนยันอยู่ จึงสงสัยว่าคนที่ส่งภาพมาต้องเป็นคนพิเศษ คนรู้ใจ หรือมีรสนิยมเดียวกัน
“ขอเรียกร้องให้ตรวจสอบเลขรหัสประจำเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน (อีมี) ของนายณัฏฐ์ เพื่อพิสูจน์ส่งมาจากใคร ขอท้าว่า อย่าลบทิ้ง หากลบไปกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็สามารถกู้ได้ และกำลังรวบรวมหลักฐานส่งให้สน.ดุสิต เพื่อเอาผิดนายณัฏฐ์ ตามข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วยหากพบว่านายณัฏฐ์เป็นผู้ส่งรูปโป๊ยังจอโทรทัศน์ในห้องประชุมจริง” นายพร้อมพงศ์ระบุ
เขากล่าวอีกว่า โพลอยากให้นายณัฏฐ์ลาออก แล้วยังหน้าด้านอยู่อีก อยากทราบว่านายบัญญัติในฐานะอดีตหัวหน้าพรรค และมีนามสกุล “บรรทัดฐาน” จะกล้าสร้างบรรทัดฐานตามนามสุกลหรือไม่ ถ้านายอภิสิทธิ์ นายชวน นายบัญญัติ ยังอุ้มอยู่ เชื่อว่าอนาคตพรรคประชาธิปัตย์เสื่อมแน่นอน อย่าให้ปลาตัวเดียวเน่าไปทั้งข้อง ถ้ายังไม่ลาออกจะส่งปี๊บ 3 ใบไปให้นายอภิสิทธิ์ นายบัญญัติ และนายณัฏฐ์คลุมหัว
ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลใช้เรื่องดังกล่าวมาสร้างประเด็นทางการเมือง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนายณัฏฐ์ได้อธิบายข้อเท็จจริงไปทั้งหมดแล้ว และพรรคประชาธิปัตย์ยินดีให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวมีที่ไปที่มาอย่างไร หากจะมีการเรียกร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินหรือกรรมการจริยธรรมของรัฐสภานายณัฏฐ์ และพรรคก็ยินดีให้ความร่วมมือในการชี้แจง
“อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า เรายินดีสร้างความกระจ่างให้กับสังคม เพราะฉะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ควรให้ความกระจ่างกับสังคมในประเด็น “ว.5.” ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ถ้ารัฐบาลกล้าก็ให้เร่งรัดนายกฯ หลังเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่นไปชี้แจงพร้อมกับนายณัฏฐ์ในการชี้แจงข้อเท็จจริง” นายชวนนท์กล่าว
นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากมีการเรียกร้องจริยธรรมเรื่องนี้ ก็ต้องมีการสอบจริยธรรมของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ด้วย ที่แสดงอาการมีลักษณะพฤติกรรมคล้ายคนเมาสุราในระหว่างการประชุมสภา อีกทั้งแสดงวาจาละเมิดสิทธิสตรีต่อ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ด้วย ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานปรากฏชัดเจน แสดงถึงความไม่มีภาวะผู้นำ ดังนั้นต้องสอบเรื่องนี้ด้วยเพื่อไม่ถูกครหาว่าปฏิบัติ 2 มาตรฐาน
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ตั้งกรรมการสอบสวนอะไรเป็นพิเศษ เพราะต้องปล่อยให้ดำเนินการไปตามกระบวนการ โดยขณะนี้มีการนำเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นองค์กรที่สามารถตรวจสอบได้แล้ว อีกทั้งการให้องค์กรอื่นที่ไม่ใช่พรรคตรวจสอบจะเหมาะสมและโปร่งใสกว่า ทั้งนี้ นายณัฏฐ์เองก็ยืนยันว่าพร้อมจะให้ความร่วมมือ และตนก็เตือนให้ระมัดระวังให้มากขึ้นไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
“เป็นเรื่องแปลก เพราะควรจะมีการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าสิ่งที่กล่าวหานายณัฏฐ์กับข้อชี้แจงเป็นอย่างไร และพรรคเพื่อไทยเองพยายามโยงกรณีของนายณัฏฐ์กับเหตุการณ์ภาพบนจอโทรทัศน์ในสภาเพื่อให้เกิดความสับสน ทั้งที่เป็นคนละเวลากัน” นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยกดดันตนเอง
ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า วันที่ 22 เม.ย. ตนได้ยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 244 วรรคหนึ่ง (2) ตรวจสอบจริยธรรมนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้เครื่องมือสื่อสารเปิดดูรูปโป๊ในขณะทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาอยู่ในห้องประชุมรัฐสภา ถือว่ากระทำขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบว่า กระทำผิดทางวินัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 279 วรรคสาม หรือไม่ และควรสอบถามไปทางพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่ามีการดำเนินการเกี่ยวกับกรณีนี้ตามข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์อย่างไรบ้างหรือไม่
นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว คาดว่าน่าจะอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับเรื่องของทางสำนักงาน แต่จากการติดตามข้อมูลข่าวสารแล้ว ส่วนตัวคิดว่ากรณีของนายณัฏฐ์นั้นไม่ถึงขนาดเข้าข่ายผิดจริยธรรมนักการเมืองอย่างร้ายแรง หรือจะต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อสาธารณชนอย่างร้ายแรง แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติไม่เหมาะสมมากกว่า เพราะสมาชิกรัฐสภาต้องรักษาชื่อเสียงของรัฐสภา
“เรื่องคนหนุ่มเปิดภาพดูในลักษณะดังกล่าวดูเป็นเรื่องธรรมดาตามธรรมชาติ แต่ควรจะเปิดที่บ้านหรือที่ส่วนตัว อีกทั้งในช่วงเวลานั้นก็อยู่ในระหว่างการประชุมรัฐสภา นายณัฏฐ์ควรให้ความสนใจในการประชุมมากกว่าการเปิดดูรูปภาพ ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม”
นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปรากฏภาพไม่เหมาะสมระหว่างการประชุมรัฐสภา เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 เม.ย. เจ้าหน้าที่จะนำผลการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องโสตทัศนูปกรณ์ว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้โหลดภาพที่ไม่เหมาะสมมาหรือไม่ รวมทั้งในช่วงเช้าจะมีการนำข้อมูลจากจอพลาสมายี่ห้อแอลจีมาตรวจสอบว่ามีการส่งข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือหมายเลขใดเข้ามาหรือไม่
“เชื่อว่าจะได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการเสนอรายงานให้เลขาธิการสภาฯ รับทราบ เพื่อนำเรื่องส่งไปยังประธานสภาฯ ดำเนินการต่อไป หากผู้เกี่ยวข้องเป็นเจ้าหน้าที่ก็จะมีการตั้งคณะทำงานสอบสวนทางวินัยต่อไป แต่ถ้าเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.ก็จะให้คณะกรรมาธิการชุดที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ” นายคัมภีร์กล่าว.
ที่มา: ไทยโพสต์, 23 เมษายน 2555
“ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน” งานเข้า! พท.ชักแถวไล่ส่งสังเวยคลิปโป๊ โร่แจ้งความซ้ำเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ “ไพจิต” รับลูกตามไล่บี้เช็กข้อมูลย้อนหลังไอโฟนฉาวชี้เปรี้ยงพิกัดมือถือมุมเดียวกับจอมอนิเตอร์เป๊ะ ฟันธง “มือแฮก” ส่งภาพจากห้องประชุมสภาฯ ดีเอสไอย้ำชัดมือถือต้นเหตุภาพหลุด “ประชาธิปัตย์” บอกไม่แคร์ แต่ประกาศลอยแพลูกพรรค อ้างเป็นเรื่องตัวบุคคล แถมขู่ไม่มีหลักฐานเจอฟ้องกลับแน่ ”
จากกรณีนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีต หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมายอมรับว่าดูรูปโป๊จากโทรศัพท์ไอโฟนระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพหวิวที่ขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ในห้องประชุมสภาฯ นั้น
พท.ชักแถวไล่ ส.ส. “ณัฏฐ์” รูปโป๊
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย 10 คน ร่วมกันแถลงเรียกร้อง ให้นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากกรณีดูคลิปโป๊ในห้องประชุมสภาระหว่างการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 โดยนายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวมีการเผยแพร่ข่าวไปทั่วโลก ทำให้รัฐสภาไทยเสื่อมเสีย โดยเฉพาะคนที่เป็นตัวแทนประชาชนทำผิดจริยธรรมเอง ขอยกตัวอย่างรัฐมนตรีประเทศอินเดีย เมื่อมีข่าวว่าดูคลิปโป๊ก็ลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้น นายณัฏฐ์ต้อง พิจารณาตัวเองด้วยการลาออก และขอตำหนินายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว. ที่ออกมาปกป้องว่า เป็นลักษณะของคนหนุ่มที่ต้องการรีแล็ก แต่ลักษณะอย่างนี้ต้องไปทำที่บ้าน ไม่ใช่ห้องประชุมรัฐสภา และขอเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมาตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่าปฏิบัติสองมาตรฐาน เมื่อเทียบกับกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
รุดแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า นอกจากนี้จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้ ตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะการเปิดดูคลิปโป๊ผ่านสมาร์ทโฟนอาจกระทบต่อระบบ ทำให้จอมอนิเตอร์ในห้องประชุมมีภาพไม่เหมาะสมปรากฏขึ้น เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เรื่องที่เกิดขึ้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะดำเนินการกับนายณัฏฐ์อย่างไร เพราะทำให้ส่วนรวมเสียหาย เรื่องนี้มีหลักฐานชัดเจน นายณัฏฐ์ก็ยอมรับ ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว
จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายณัฏฐ์เป็นนักการเมืองระดับชาติ ไม่ใช่เด็ก 8 ขวบที่ไม่รู้อะไรเลย พรรคประชาธิปัตย์มักอ้างว่า รัฐสภาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงเข้าทำนองว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่ ถ้าเป็นตน ไม่ใช่แค่ พิจารณาตัวเองด้วยการลาออก แต่จะไปผูกคอตายเพราะอาย
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายณัฏฐ์ต้องออกมาแสดงความ รับผิดชอบเรื่องนี้และเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน วันนี้มาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ไหน มีจุดยืนอยู่อีกหรือไม่ พวกสายล่อฟ้า กำลังล่ออะไรกันอยู่ ทำไมถึงไม่ออกมาพูดเรื่องนี้บ้าง เอาแต่ล่อคนอื่น
ตามบี้เช็กข้อมูลย้อนหลังไอโฟน
นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้สร้างความเสียหายให้แก่สภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้กำชับให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา โดยคณะกรรมาธิการฯจะตรวจสอบในส่วนของ ส.ส.ที่ใช้ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เปิดระบบเชื่อมออนไลน์ โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นนายณัฏฐ์ อาจส่งภาพมาถึงจอทีวีพลาสม่าดังกล่าว ผ่านระบบไวไฟ แต่นายณัฏฐ์ได้บอกว่าเป็นรูปที่เครือข่ายส่งมาเข้าไอโฟน จะสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เป็นรูปที่ปรากฏบนจอทีวีพลาสม่า จุดนี้เท่าที่ทราบบนเครื่องไอโฟนน่าจะมีระบบเข้าไปตรวจสอบย้อนหลังได้
ชี้เปรี้ยงระยะดูรูปมุมเดียวกันเป๊ะ
นายไพจิตกล่าวอีกว่า วิธีการตรวจสอบโดยได้ เชิญเจ้าหน้าที่ไอซีทีมาดูก็เห็นไปในทำนองเดียวกัน ให้รอดูพยานหลักฐานในตัวเครื่องของนายณัฏฐ์ ที่เปิดใช้ระหว่างการประชุม หากตรวจสอบแล้วมีความผิดก็ต้องนำเรื่องเข้าคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมศักดิ์เป็นประธาน เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการฯจะเชิญนายณัฏฐ์มาชี้แจงต่อที่ประชุมอย่างไร นายไพจิตตอบว่า จะขอความร่วมมือให้มาชี้แจงต่อที่ประชุมในวันพฤหัสฯที่ 26 เม.ย. นี้ เมื่อถามว่า ผลการตรวจสอบในขณะนี้พบว่านายณัฏฐ์์ส่งภาพโป๊เข้าเครื่องจอทีวีพลาสม่า หรือไม่ นายไพจิตตอบว่า จุดที่นายณัฏฐ์์นั่งในห้องประชุมตามที่ปรากฏตามรูปที่ถ่ายไว้ เป็นมุมที่ส่งสัญญาณถึงจอเครื่องดังกล่าวได้เลย
ฟันธง “มือแฮก” ส่งภาพจากห้องประชุม
เมื่อถามย้ำว่า พูดเหมือนนายณัฏฐ์์เป็นคนส่งภาพดังกล่าว นายไพจิตตอบว่า คนที่ส่งภาพดังกล่าวต้องอยู่ในห้องประชุมใหญ่ ขณะนี้ไม่มีคนอื่นเลย ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไอซีทีสภาและเจ้าหน้าที่กระทรวงไอซีทีบอกตรงกันคนส่งภาพดังกล่าวต้องอยู่ในรัศมีภายในห้องประชุมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้นอกจากจะเชิญนายณัฏฐ์มาชี้แจงแล้ว ยังจะเชิญนายคำภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่กำกับดูแลฝ่ายไอซีทีสภามาเข้าร่วมด้วย ส่วนนายคำภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาฯจะตรวจสอบเฉพาะเจ้าหน้าที่สภาว่า มีความบกพร่องหรือไม่ที่ปล่อยให้ เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากระบบวงจรปิดที่ถ่ายทอดการประชุมสภายังไม่มีระบบป้องกันที่ดีกลับเปิดให้มีการใช้ระบบไวไฟเชื่อมต่อ ทั้งที่สามารถเชื่อมต่อระบบโดยใช้ระบบแลน
ดีเอสไอยันมือถือต้นเหตุภาพหลุด
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นสรุปได้ว่าเป็นเรื่องความผิดพลาดของเทคโนโลยีไม่ใช่การแฮกเกอร์แต่อย่างใด เพราะถ้าเป็นทีวีจอบางรุ่นใหม่ ขนาด 50 นิ้วขึ้นไปทั้งยี่ห้อแอลจีและซัมซุงจะมีฟังก์ชัน หรือระบบทำงานของเครื่องที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตไวไฟ หรือระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนยี่ห้อ HTC และโทรศัพท์ไอโฟน 4 เมื่อผู้ใช้โทรศัพท์เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตอยู่ในรัศมีที่ใกล้กับจอทีวี ทำให้ภาพจากโทรศัพท์สามารถปรากฏบนจอทีวีได้ สำหรับทีวีจอบางเครื่องเกิดเหตุในรัฐสภาทราบว่า ได้เซตระบบทีวีในการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายแต่ไม่ได้ตั้งรหัสผ่านทำให้เกิดความผิดพลาด ส่วนใครจะเป็นเจ้าของเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ภาพโป๊หลุดเข้าไปนั้นต้องเข้าไปตรวจสอบล็อกอินไวไฟของสภาและไม่ต้องไปตรวจสอบอะไรมากกว่านี้ เพราะสงสารเจ้าหน้าที่ที่ไม่รู้เรื่องที่จะเดือดร้อน
ปชป.ไม่แคร์แต่ลอยแพลูกพรรค
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าเอาผิดนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานดูรูปโป๊กลางสภาว่า ไม่มีปัญหาเพราะเป็นเรื่องของตัวบุคคล พรรคประชาธิปัตย์ไม่ติดใจเรื่องดังกล่าว เพราะนายณัฏฐ์เองก็ได้ชี้แจงในเรื่องนี้ถึงที่มาที่ไปชัดเจนแล้วว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไร และที่ผ่านมานายณัฏฐ์ก็ทำงานการเมืองอย่างมีหลักเกณท์ มีความรับผิดในการทำงานในพื้นที่ จึงไม่คิดว่า อยู่ๆ นายณัฏฐ์จะทำอะไรในลักษณะเช่นนั้น โดยไม่มีเหตุผล
แถ พท.เล่นเกมกลบรัฐล้มเหลว
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จริงๆแล้วนายณัฏฐ์เองได้ออกมาอธิบายชี้แจงเหตุผลในเรื่องนี้แล้ว และมีการลบภาพดังกล่าวออกจากโปรไฟล์พิกเจอร์ในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวไปหมดแล้ว อีกทั้งในช่วงที่นายณัฏฐ์เปิดภาพดังกล่าว ก็อยู่ในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งไม่ตรงกับเวลาที่มีภาพโป๊ขึ้นจอ ซึ่งเวลานั้นคือ 15.00 น. ดังนั้น มันเป็นความบกพร่องของระบบเอง แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยพยายามนำข้อเท็จจริง ที่ทราบกันแล้วไปขยายโดยการเชื่อมโยงให้เป็นปมทางการเมือง การที่พรรคเพื่อไทยจะไปร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบเรื่องจริยธรรม ก็เพื่อต้องการบิดเบือนให้กระแสสังคมสนใจว่า คนของพรรคประชาธิปัตย์ทำตัวไม่เหมาะสม เพื่อพยายามกลบเกลื่อนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระแสสังคมไม่เห็นด้วย รวมไปถึงการบริหารงานราชการแผ่นดินล้มเหลวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งเรื่องของแพง ค่าแรง 300 บาท ตลอดจนโครงการอื่นๆที่รัฐบาลบริหารล้มเหลว
ขู่ไม่มีหลักฐานจะแจ้งความกลับ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมกฎหมายของพรรค กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทีมกฎหมายของพรรคไม่ต้องทำอะไร เพราะตนมั่นใจและยืนยันว่านายณัฏฐ์ ไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา 100% ซึ่งนายณัฏฐ์ก็ออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นรูปภาพที่เพื่อนส่งมาให้ ทั้งนี้ ตนขอแนะนำให้ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยไปแจ้งความด้วยตัวเอง อย่าให้คนที่ไม่ใช่ ส.ส.ไปแจ้งความ เนื่องจากคนที่จะไปแจ้งความต้องมีหลักฐานพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าผู้ที่จะถูกแจ้งความต้องกระทำความผิดแล้ว แต่หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ก็จะถูกแจ้งความกลับอย่างแน่นอน
“ขุนค้อน” เดดไลน์ 7 วันสรุปสอบรูปหวิว
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ความไม่เหมาะสมมีภาพโป๊โผล่ขึ้นกลางจอโทรทัศน์ระหว่างการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ได้กำชับประธานกรรมาธิการกิจการสภาฯให้ดูแลเรื่องนี้ให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่าลูบหน้าปะจมูก ความจริงเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น คาดว่าภายใน 5-7 วันน่าจะทราบผลสอบ ส่วนเจ้าหน้าที่จะมีความผิดถึงขั้นโดนไล่ออกหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน ส่วนจะมีการสอบจริยธรรมนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูภาพโป๊บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนระหว่างการประชุมรัฐสภาหรือไม่นั้น ต้องดูข้อเท็จจริง แม้นายณัฎฐ์จะยอมรับว่า ดูจริง แต่ต้องดูว่ามีเจตนาอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ระบุว่า ในห้องประชุมสภาฯยังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอีกหลายอย่าง เช่น ส.ส.ดูโพยบอล จะจัดการอย่างไร นายสมศักดิ์ตอบว่า ไม่ทราบ เพราะไม่เคยเห็น
ที่มา: ไทยรัฐ, 23 เมษายน 2555

“เมย์ พิชญ์นาฏ”เผยคดีความตอนนี้เรื่องยังไม่ถึงICTลั่นถ้าหยุดสร้างข่าวทุกอย่างก็จะจบ เพราะไม่อยากมีเรื่องกับใคร ปัดมีปัญหาแย่งชุดกับ”โย ยศวดี”
กลายเป็นคดีความใหญ่โตเมื่อนางร้ายสาวสวย “เมย์ พิชญ์นาฏ” แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มที่กล่าวหาตนเองอย่างเสียหายผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ตนเองแอบไปเฝ้าหนึ่งในสมาชิกวงบิ๊กแบงอย่าง “ชเวซึง ฮอน หรือ ท็อป” ที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสีลมแถมได้เข้าไปพบนักร้องหนุ่มถึงห้องพัก และเข้าไปอยู่ในห้องด้วยกันนานสองนาน ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้อัพเดทความคืบหน้าว่า ตนเองแค่แจ้งความไว้เฉยๆแต่ถ้ายังไม่หยุดจะส่งเรื่องไปยัง ICT บอกตนเองโตพอ มีพ่อมีแม่ มีชื่อเสียงไม่ทำเรื่องเสียหายแบบนั้นแน่นอน วอนกลุ่มที่ใส้ร้ายป้ายสีตนขอให้หยุดการกระทำทุกอย่างก็จะจบเพราะไม่อยากมีเรื่องกับใคร พร้อมปัดมีปัญหาแย่งชุดกับนางแบบรุ่นพี่ “โย ยศวดี”
ถามข่าวที่มีการฟ้องร้อง ก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ คือจริงๆเมย์เป็นคนที่ชอบดูคอนเสิร์ตมากแล้วก็ดูเกือบทุกแบบทั้งคอนเสิร์ตในไทย ต่างประเทศและคอนเสิร์ตเกาหลีเมย์ก็ชอบไปดูหลายๆวง ซุปเปอร์จูเนียร์ก็ดูวงผู้หญิงเกิร์ลเจเนอเรชั่นก็ดู จนมีอีเว้นท์งานนึงแล้วมีพี่คนนึงที่รู้จักก็ชวนเราไปดูเพราะเห็นเราชอบวงเกาหลี ก็เห็นว่าใกล้บ้านก็เดินไปดูที่เซ็ลทรัลเวิร์ลดูยังไม่จบก็กลับเพราะว่าอากาศมันร้อน เสร็จแล้ววันรุ่งขึ้นมีเด็กเข้ามาถามเราในทวิตเตอร์แบบแปลกแบบกัดๆว่าไปทำอะไรแบบนั้นไม่ดีหรือเปล่า เราก็งงๆก็พยายามนิ่งๆเพราะเขาอาจจะเข้าใจผิด แต่พอนานเข้ามันไม่จบเพราะมีคนเข้ามากระหน่ำด่าเราด้วยคำหยาบคายทุกวัน ก็เลยต้องเช็คว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วแฟนคลับเราเขาก็เช็คได้ความว่าเหมือนมีคนไปปั่นข่าวว่าเราไปทำอะไรที่มันไม่ดีเอาไว้ซึ่งมันไม่เป็นความจริง เราดูคอนเสิร์ตแค่2ทุ่มครึ่งก็กลับไม่ได้ไปไหนต่อด้วย ฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่จริง และมันก็สร้างความเสียหายแก่เรามาก หนึ่งคือแฟนคลับเด็กที่รักศิลปินเข้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็เข้าใจผิดคิดว่าเราจะไปทำอะไรแบบนั้นหรือเปล่า เขาก็เข้าใจผิดก็มาด่าเราเสียๆหายๆแบบนี้ก็เลยอยากให้คนกลุ่มนั้นหยุดซะ ถ้ายังไม่หยุดตอนนี้เมย์ก็แค่แจ้งความเบื้องต้นเฉยๆยังไม่ได้ส่งไปที่ICT ถ้ายังไม่จบก็คงต้องให้กฎหมายจัดการต่อไป แต่ในส่วนที่ว่าเราจะเลิกชอบศิลปินเกาหลีมันไม่น่าจะเกี่ยว ทำไมคนอื่นชอบได้เมย์ถึงชอบไม่ได้มันเป็นสิทธิของเรา ก็แค่ชอบเอง
เห็นว่าหนักจนขนาดเราไปเฝ้าถึงหน้าโรงแรม ใช่ค่ะ ถ้าไม่หยุดหรือใครสงสัยมาถามเมย์เลย หรือไปเช็คกล้องวงจรปิดที่คอนโดเมย์ได้ แล้วเมย์ก็ไม่รู้จักเขาไม่รู้ว่าพักโรงแรมไหนด้วยซ้ำ ไม่รู้จักศิลปินกลุ่มนี้เลยชอบดูคอนเสิร์ตอย่างเดียว ไม่ได้ตามผู้ชายคือเช็คได้ทุกอย่าง และขอให้หยุดนะคะ เพราะไม่อยากมีเรื่องอะไรกับใครเลยค่ะ

แฟนคลับบิ๊กแบงเขาด่าแรงไหม คืออย่าพูดว่าเป็นแฟนคลับบิ๊กแบงเราก็ไม่รู้ว่าคนที่สร้างประเด็นนี้ขึ้นมา เขาอาจจะเกลียดเราส่วนตัวหรือเปล่าแล้วพยายามให้น้องๆVIPเข้าใจผิดหรือเปล่าก็อยากจะบอกว่าสบายใจได้ เมย์ไม่ทำอะไรแบบนั้น คืออายุป่านนี้แล้วเพื่อนก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว แล้วเป็นผู้หญิง มีพ่อมีแม่ มีชื่อเสียง มีหน้าที่การงาน ไม่เอามาเสี่ยงกับเรื่องแบบนั้นแน่นอนค่ะ
มาถึงตอนนี้เราได้เช็คหรือยังว่าเขาหยุดกันไปหรือยัง ก็มีคนแล้วก็มีเจ้าหน้าที่ตามดูพฤติกรรมของพวกเขาอยู่ถ้าเขาหยุดสงบๆก็โอเค
ที่มา: มติชนออนไลน์,23 เมษายน 2555
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า กรณีที่ นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส. กทม.ของพรรคที่เปิดภาพหวาบหวิวของหญิงสาวในโทรศัพท์มือถือระหว่างการประชุมสภานั้น พรรคคงไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจเพิ่มเติม เพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการของรัฐสภา
ทั้งนี้หากจะมีการส่งให้องค์กรทางจริยธรรมก็เห็นว่าควรจะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐสภามากกว่าที่ทางพรรคจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมานายณัฏฐ์ ไม่ได้มาชี้เแจงกับตนอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็เชื่อว่านายณัฏฐ์ พร้อมที่จะให้ข้อมูล
อย่างไรก็ตามในประเด็นดังกล่าว รู้สึกแปลกใจที่พรรคเพื่อไทย (พท.) พยายามนำเหตุการณ์ของนายณัฏฐ์มากดดัน และนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ภาพหญิงสาวบนจอโทรทัศน์ในห้องประชุมของรัฐสภา
ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลและเอแบคโพลล์ที่ระบุว่า พฤติกรรมนายณัฏฐ์เป็นเรื่องไม่เหมาะสม และรู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อรัฐสภา รวมถึงต้องการให้ลาออกและขอโทษต่อสาธารณชนนั้น เป็นการตบหน้าปชป.ที่คนในพรรคออกมาปกป้องนายณัฏฐ์
ทั้งนี้ขอจับพิรุธนายณัฏฐ์ที่อ้างว่า ไม่รู้ว่าใครส่งรูปโป๊มาให้นั้น เพราะแม้แต่เด็กป.1 ที่เล่นไอโฟนยังรู้เลยว่า ใครส่งภาพมาให้เพราะมีเบอร์โทร.ยืนยันอยู่
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า อยากให้นายอภิสิทธิ์ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ช่วยตรวจสอบว่า คนที่นายณัฏฐ์ ช่วยปกปิดนั้นเป็นใคร ขอท้าว่า อย่าลบทิ้ง หากลบไปกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็สามารถกู้ได้
นอกจากนี้พรรคอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานส่งให้สน.ดุสิต เพื่อเอาผิดนายณัฏฐ์ ตามข้อหาผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย หากพบว่า นายณัฏฐ์เป็นผู้ส่งรูปโป๊ยังจอโทรทัศน์ในห้องประชุมจริง
ที่มา: โพสต์ทูเดย์,22 เมษายน 2555